วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552

助詞 「は」と「が」 : 私の間違い

วันที่อังคารที่ 8 กับ15 ที่ผ่านมาเรียนเรื่องการใช้คําช่วย はกับがพบว่าถึงแม้จะเป็นเรื่องที่เรียนกันมาตั้งแต่ระดับต้นแล้วแต่ก็ยังใช้ผิดเยอะอยู่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีข้อกําหนดในการใช้กว้างมากยังเรียนรู้ต่อไปได้เรื่อยๆ พอลองทําแบบฝึกหัดดูพบว่าเรื่องที่มักจะผิดบ่อยๆคือ มักจะลืมว่าต้องใช้はในประโยคปฎิเสธ และการแยกแยะประโยคหลักกับประโยคย่อยผิดจึงใช้คําช่วยผิดตามไปด้วย

ตัวอย่าง

そうでもありませんよ。裕とてもわがままですよ。
「鈴木さんが受かるの確実ですけど、中西さんはどうでしょうね。」
ทั้ง2ข้อเข้าใจว่าわがままเป็นadjectiveเลยใช้がไปเต็มที่ปรากฎว่าต้องใช้ は เพราะเป็น"เรื่องจริง"ที่เป็นอย่างนั้นเสมอและต่อด้วยです(ข้อสังลืมสังเกตอีกว่าข้างหน้าใช้がแล้ว)

พอไปดูงานเก่าๆก็เข้าใจเลยว่าทําไมจึงผิด

จาก作文④ของวิชาwriting
私にとって、大自然とても大切である。เข้าใจผิดเหมือนเดิมอีกแล้วคิดว่าต้องใช้がกับ大切 โดนอาจารย์今井แก้มาเป็นはเข้าใจแล้วว่าเป็นเพราะเป็นความจริงอยู่เสมอ ไม่ใช้แค่ความรู้สึกตอนนั้น

จากแบบฝึกหัดในวิชา会話ของเทอมที่แล้ว
...でも、ある日、親友一週間ぐらい旅行しなきゃいけないので、彼女の虫を預かることになりました。
อาจารย์แก้มาเป็นがน่าจะเพราะ親友ไม่ใช่หัวเรื่องหลัก
อีกอันนึง
そう。信じられないですよね。その時、私はハワイに行く途中で、たくさん荷物を持っていて、彼が私を手伝ってくれました。その時私たちの出会いなのです。อันนี้อาจารย์กนกวรรณเพิ่งจะสอนไปคือว่าพอต้องการจะสรุปสุดท้ายหลังจากที่พูดมาทั้งหมดต้องใช้ が!!!

แต่ก็ยังมีเรื่องที่ยังงงอยู่เหมือนเดิม

เรื่องคําช่วย

  • うん、そのことを考えたら、ランさんかわいそうね。ทําไมถึงใช้が เพราะไม่ใช่หัวเรื่องหลักรึเปล่า?
  • もう一つできることは… ยังงงอยู่ว่าทําไมอาจารย์ให้ตัดのออก

เรื่องテンス(อีกแล้ว)

  • 海岸や山や滝などのよく知られた観光名所に人々がゴミを捨てるのをよく見る。ใช้知られる、知られているหรือ見ているแทนได้มั้ย (มีคําว่าよくด้วย)

เกี่ยวกับการไม่พูดตรงๆของชาวญี่ปุ่น
ที่เรียนเรื่องぼかす表現มารู้สึกว่าชาวญี่ปุ่นคิดถึงความรู้สึก相手และภาพลักษณ์ของตัวเองค่อนข้างมากก่อนจะพูดอะไรออกไป จึงไม่ค่อยจะพูดอะไรตรงๆและมักจะใช้คําพูดแบบpositive ส่วนตัวชอบการพูดแบบนี้เพราะฟังแล้วรู้สึกว่าผู้พูดมีมารยาทมาก
เมื่อวันเสาร์ไปเรียนพิเศษมา อาจารย์ชาวญี่ปุ่นเวลาจะบอกว่าข้อนี้ผิดหรือการใช้แบบนี้ผิดก็จะพูดว่า ちょっと間違いますね。หรือ …ですけど、ไม่พูดว่าผิด(เหมือนไปตําหนิอีกฝ่าย)ออกมาตรงๆ ไม่เหมือนกับผู้เรียนชาวไทยที่บอกตรงๆ ทั้งๆที่กําลังพูดกับอาจารย์ คือ ตอนที่กําลังสอนอาจารย์เขียนคําว่า soul(วิญญาณ) ผิดเป็น seoul ก็มีนักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า 先生、間違いです!!!ไม่ชอบเลย รู้สึกว่าเสียมารยาทมาก ไม่จําเป็นต้องบอกก็ได้หรือถ้าอยากจะบอกจริงๆน่าจะพูดให้สุภาพกว่านี้ เพราะตัวอาจารย์เองก็สุภาพกับนักเรียนมากๆ

วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

タスク2

それは秘密です

ให้อ่านการ์ตูน 4 ช่องเรื่อง 「それは秘密です」 แล้วเล่าเนื้อหาที่อ่านให้เพื่อนสนิทฟังโดยการอัดเสียง

เน้นการเล่าอย่างสนุกสนานมีอรรถรส



จุดอ่อน

ไม่เคยทําอะไรแบบนี้มาก่อนทําให้


  1. คิดไม่ทันจึงมีช่วงเงียบนานมาก

  2. เล่าสั้นเกินไปและเล่าไม่ละเอียด เพราะรู้คําศัพท์และสํานวนน้อย

  3. เล่าไม่สนุกเลย ทั้งน้ำเสียงและคําที่ใช้

  4. ใช้คําสันธานน้อย

  5. ใช้รูปจบประโยคแบบผิดๆหรือแปลกๆ เช่น จบประโยคด้วย だหรือですได้อย่างเดียว ไม่มี よ ね หรือคําอื่นๆ

  6. สื่อความหมายได้แต่ไม่เป็นธรรมชาติ

สิ่งที่ได้เรียนรู้


ก่อนจะฟังเฉลย ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆก็พบว่าส่วนใหญ่มีปัญหาคล้ายกัน แต่เรียนรู้คำบางที่ดีของเพื่อนมา คือ あのねえ、・・・知ってる?、面白い話があるよ。และรู้ว่าให้พยายามอธิบายไปเถอะ อ่านส่วนที่เป็นภาษาญี่ปุ่นในการ์ตูนก็ได้ จะได้พูดละเอียดขึ้น


หลังจากฟังเรื่องเล่าของอาจารย์ญี่ปุ่น 2 ท่านและอ่านสคริปต์ทําให้ได้เรียนรู้หลายอย่าง รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองอยากพูดแต่พูดออกมาไม่ได้คืออะไร ดังนี้


การเล่าเรื่องให้สนุก



  1. ควรใช้สิ่งที่เรียกว่าメタ言語หรือการใช้ภาษาเพื่ออธิบายภาษาให้เข้าใจง่ายขึ้น เล่าเรื่องให้สนุกขึ้น เช่น 大変なことだけど・・・ 、・・・と思わない?、・・・でしょう? 、最後どうなると思う?、ほら、こういうカップルもあるのよ。大ピンチでしょ?そこでなんといったと思う?、何したと思う?、どうしてかわかる?(นอกจากนี้ยังมีもったいないくらいの彼、もう似たもの同士、どっちもどっちだよねไม่แน่ใจว่าเป็นメタ言語ด้วยหรือเปล่า)

  2. คําสันธาน:มีการใช้อยู่ตลอดเรื่อง ซึ่งตัวเองไม่ค่อยได้ใช้เพราะยังไม่แน่ใจความหมายและบริบทที่ควรใช้เช่น そこでกับそれで、そしたら ถ้ามีการใช้คําเหล่านี้คงจะเล่าได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น เช่น つまり、それはね、、でもね、だから

  3. การจบประโยค:ผู้หญิงควรจะลงด้วย よ、のよ、のね、けどจะดีกว่าだ 

  4. ไม่ต้องพูดตรงๆแต่เข้าใจ สังเกตว่าคนญี่ปุ่นมักพูดแต่พยายามจะให้เข้าใจกินความมาก และใช้ 擬音語、擬態語 เยอะ คําว่า つるつるぴかぴか、ニコって笑う จากเรื่องนี้

  5. ศัพท์และไวยากรณ์ที่ได้เรียนรู้ :~聞いてよ(ตอนแรกตัวเองใช้聞いたよแย่มาก อุตส่าห์จําได้ว่าคล้ายๆจะประมาณนี้แต่ก็ใช้ผิด) ~んだって、~たとき、~のうち、自分の髪の毛に手を持っていって(ตัวเองงงมากเรื่อง aspectแบบนี้) ~わけ、っていうこと、・・・意外に ควรใช้ให้มากขึ้น

เรื่องที่สงสัย



  1. さ คืออะไร ผู้ชายใช้เท่านั้นหรือเปล่า ให้ความรู้สึกประมานไหน

  2. ทําไมคนญี่ปุ่นไม่พูดตรงๆ ถ้าใช้คําพูดแบบอ้อมๆแต่ละคนก็มีวิธีใช้คําพูดต่างๆกัน จะเข้าใจตรงกันหรือไม่

  3. ถ้าตัวเองเป็นคนที่เก่งภาษาญี่ปุ่น แต่เล่าเรื่องไม่สนุกโดยนิสัยจะทําอย่างไรดี จะสามารถเล่าให้สนุกได้รึเปล่า
  4. วิธีใช้คําสันธานต่างๆ ต่างกันยังไง
  5. ลงท้ายด้วย わけ、っていうこと ใช้ยังไง

คงต้องหาคําตอบต่อไป


สรุปแล้วนอกจากเรื่องไวยากรณ์รู้สึกว่าปัญหาหลักของตัวเองคือเรื่องการใช้ภาษาญี่ปุ่นไม่เป็นธรรมชาติ บางทีแม้จะสื่อความหมายได้ค่อนข้างรู้เรื่อง แต่อยากใช้ให้ได้เป็นธรรมชาติเหมือนคนญี่ปุ่นมากกว่านี้ ไม่แปลกและไม่เยิ่นเย้อ




タスク1(ครั้งที่2)

รู้สึกว่าเขียนบล็อคครั้งแรกยังเขียนได้ไม่ดีนัก ยังมีข้อบกพร่องหลายอย่างในการเขียน อยากรวบรวมข้อผิดพลาดทั้งหมดอีกครั้ง



จุดอ่อนของตัวเองเกี่ยวกับการเขียนบล็อก


  1. ไม่ค่อยเข้าใจคําสั่ง ตีความไม่ชัดเจนว่าควรจะเขียนอะไรในบล็อกบ้าง

  2. ไม่ได้ระบุข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์อย่างละเอียด

  3. อาจจะยังยาวไป หรือเยิ่นเย้อเกินไป

ผล : พอไปลองอ่านบล็อกของเพื่อนๆดู ก็รู้สึกว่าควรต้องใส่ความรู้สึกให้น้อยลง เน้นเนื้อหา ความรู้ สิ่งที่ได้เรียนรู้ให้มากขึ้น และให้ยาวพอดีๆ ยาวเกินไปก็ไม่น่าอ่าน


รวมข้อผิดพลาดและสิ่งที่ได้เรียนรู้จาก タスク1(อีกครั้ง)


สิ่งที่สงสัย : ควรเขียนให้สั้นที่สุดหรือเปล่าเพราะผู้รับคือคนที่มีชื่อเสียง อาจไม่ค่อยมีเวลาอ่าน และไม่อยากอ่านอีเมลยาวๆ


สิ่งที่ได้เรียนรู้


เกี่ยวกับวิธีการเขียน



  1. ควรคิดถึงผู้รับให้มาก เขียนอย่าง具体的に เช่น ไม่ต้องใส่ 役に立つと思う

  2. สุภาพให้มาก แสดงถึงการมีมารยาท

  3. รายละเอียดสําคัญที่ต้องมีคือ การแนะนําตัวเอง,ระดับความสามารถของตัวเองตอนนี้,วันเวลาที่สะดวก,ลงชื่อ

  4. คําเยิ่นเย้อไม่ต้องใส่ เช่น さっき

เกี่ยวกับไวยากรณ์



  1. "ถึง" ใช้คําว่า 先生 ดีกว่า 様、さん

  2. สํานวนใหม่ๆในการเขียนอีเมลให้สุภาพขึ้น คือ 突然のメールお許しください。とのことでしたので(according to)、はじめてメールをさしあげる~と申します。~させていただけるかどうかお尋ねタイと思います。~ができればと思っています。お手数ですが、・・・ 、お返事は急ぎませんが、どうぞよろしくお願いいたします。お返事は急がないので、ごゆっくりください。~ば、結構です。

  3. เกี่ยวกับเรื่องเงินไม่ควรถามหรือใช้คําตรงๆ ใช้ว่า月謝หรือสํานวนว่า 申し訳ございませんが、一時間はどのくらいかかるものでしょうか。

  4. ผิดเล็กๆน้อยๆ : をตามด้วยกริยา 大学を卒業の上で、แก้เป็น 大学を卒業してから 、先生に習ったら แก้เป็น 先生に習うことができたら

  5. aspect : フラメンコギターのレッスンを5年ほど受けました。แก้เป็น フラメンコギターのレッスンを5年ほど受けてきました

  6. たいですが、สุภาพกว่า

  7. なれるใช้ได้กับคนเท่านั้น เช่น 医者になれる

  8. から、ので : ので เหตุผลส่วนตัว ใช้ขอร้อง ดูสุภาพ เข้ากับ敬語、からเหตุผลที่คนทั่วไปควรต้องรู้อยู่แล้ว ใช่สั่ง ใช้เชื่อมหรือจบประโยค


วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

タスク1相手は何を知っているか??

การบ้านเขียนอีเมลครั้งนี้ทําให้ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง .. !!

ได้รู้ว่าไวยากรณ์แบบที่ถูกต้องเป็นยังไง รู้ว่าต้องคิดอะไรๆมากขนาดนี้เวลาจะเขียนอีเมลให้ใครซักคนนึงเข้าใจได้ง่ายๆ ได้รู้ว่าเขียนยังไงให้เป็นธรรมชาติ ได้รู้ว่าเพื่อนๆ พี่ๆ เก่งกันมากกกๆๆ ได้รู้ว่าภาษาญี่ปุ่นของฉันยังไม่ดีเลยนะ และที่สําคัญได้รู้ว่าตัวฉันเป็นคนที่อ่านคําสั่งไม่ชัดเจน ไม่ค่อยจะรู้ว่าคนสั่งต้องการอะไร !!!

เขียนครั้งที่ 1 : ครั้งแรกนี้ไม่ค่อยเข้าใจคําสั่งเลย เข้าใจว่าเขียนไปขอรายละเอียดเพิ่มเติมเท่านั้นและไม่รู้ว่า山内先生ช่าง偉いขนาดนี้ต้องเกรงใจมากๆๆแล้วก็อาจไม่รับเราเป็นลูกศิษย์ แถมยังเข้าใจไปเองว่าถ้าอาจารย์เค้าเก่งก็คงจะต้องยุ่งมาก ผลก็คือเขียนออกมาสั้นมาก เพราะไม่อยากรบกวนเวลาอาจารย์

เขียนครั้งที่ 2 : หลังจากที่แลกกันอ่านของเพื่อน ทําให้รู้ว่าต้องมีรายละเอียดสําคัญอะไรบ้าง ใช้คําพูดแบบไหนถึงจะดี (โดยเฉพาะของพี่วิจิตรา ภาษาดีมาก ให้รายละเอียดครบทุกอย่าง และของพี่อานนท์ มีการบอกชัดเจนเป็นข้อๆถึงกับอึ้ง !!!) และจากตัวอย่างที่อาจารย์ให้มา ทําให้รู้ว่าต้องเขียนให้ชัดเจน ตรงประเด็น บอกรายละเอียดทุกอย่างให้ครบและใช้คําขึ้นต้นลงท้ายเป็นชื่อแล้ว先生หรือ様ไม่ต้องใส่へ、より
ครั้งนี้ตั้งใจเขียนมาก พยายามเก็บให้ได้ทุกรายละเอียด

เขียนครั้งที่ 3 :อาจารย์ตรวจของครั้งที่สองมายังคงมีที่ผิดอยู่แต่พอใจกับตัวเองมากขึ้น ดีใจที่ได้เรียนสิ่งที่มีประโยชน์หลายๆอย่างจากการบ้านครั้งนี้ ครั้งนี้พยายามท่องข้อผิดพลาดของตัวเองและของหลายๆคนก่อนจะเขียน จะพยายามเขียนให้ดีขึ้นอีก

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้
คําขึ้นต้น ลงท้าย
สํานวนการจบจดหมายแบบต่างๆ
ไวยากรณ์ที่ถูกต้อง โดยเฉพาะ tense และ aspect
การพูดให้สุภาพ
ไม่ควรใส่สิ่งที่เยิ่นเย้อหรือสํานวนแบบคนไทย
การใช้ภาษาญี่ปุ่นอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น

รู้สึกว่าตัวเองได้พัฒนาขึ้นในเรื่องการใช้ไวยากรณ์ ใช้คำที่คนญี่ปุ่นพูดจริงๆ ที่สําคัญคือเปลี่ยนนิสัยจากการอ่านคําสั่งแบบไม่ค่อยละเอียดมาเป็นการค่อยๆทําความเข้าใจ ค่อยๆเขียน แก้ไขไปทีละจุด

(อยากมีเพื่อนญี่ปุ่นขึ้นมาเลย จะได้ส่งอีเมลคุยกันจริงๆ)

(เริ่มจะได้ 目標 ทํา port folio แล้วคือ อยากพูดและเขียนภาษาญี่ปุ่นให้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ สื่อความหมายได้ถูกต้องอย่างที่เราคิดจริงๆ ไม่รู้ว่ายังกว้างไปมั้ย)